28.2 C
Bangkok

โรคหลอดเลือดสมอง ภัยร้ายใกล้ตัว

Published:

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เป็นภาวะที่เกิดขึ้นเมื่อการไหลเวียนของเลือดไปสู่สมองถูกขัดขวางหรือมีการขาดส่งออก เป็นผลมาจากการตามเนื้อเยื่อหรือเซลล์ในสมองที่ได้รับอาหารหรือออกซิเจนไม่เพียงพอ เช่น การตีบ การตัน หรือการอุดตันของหลอดเลือดที่เชื่อมต่อกับสมอง สามารถทำให้เกิดอาการของโรคหลอดเลือดสมองได้ เช่น อาการสมองเสื่อม อาการสมองขาดเลือด หรืออาการสมองอักเสบ เป็นต้น

โรคหลอดเลือดสมอง ภัยร้ายใกล้ตัว

ความผิดปกติของหลอดเลือดสมองที่ทำให้สมองขาดเลือด แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

โรคหลอดเลือดสมองชนิดอุดตัน (Ischemic Stroke): เกิดขึ้นเมื่อมีการอุดตันของเลือดไปสู่สมอง เช่น การเกิดลิ่มเลือด (blood clot) ในหลอดเลือดสมองหรือในหลอดเลือดที่นำเลือดไปสู่สมอง หรือเมื่อเลือดมีการไหลเล็กน้อยเพียงพอที่จะเลี้ยวทางไปที่สมองได้

โรคหลอดเลือดสมองชนิดอิ่มตัน (Hemorrhagic Stroke): เกิดขึ้นเมื่อมีการรั่วของเลือดออกมาจากหลอดเลือดในสมอง ซึ่งอาจเกิดจากการแตกของหลอดเลือดในสมอง (intracerebral hemorrhage) หรือการแตกของเส้นเลือดดีดสมอง (subarachnoid hemorrhage)

 

โรคหลอดเลือดสมองเกิดจากปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างที่อาจทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคเพิ่มขึ้น ปัจจัยเหล่านี้สามารถแบ่งออกเป็นสามประเภทหลัก ได้แก่

ปัจจัยเสี่ยงที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

อายุ: คนที่มีอายุมากกว่า 55 ปีมีความเสี่ยงสูงขึ้นสำหรับการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

เพศ: ชายมีความเสี่ยงสูงกว่าหญิง แต่หญิงที่มีอายุตั้งแต่ครบระหว่างวัยเจริญพันธุ์ถึงประมาณวัยหกสิบ หรือหลังการคลอดเจ็บแล้วอายุต่ำกว่า และหญิงที่ใช้ยาคุมก็มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

ประวัติครอบครัว: หากมีประวัติคนในครอบครัวเคยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง ความเสี่ยงจะสูงขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ความดันโลหิตสูง: การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติช่วยลดความเสี่ยง

โรคเบาหวาน: การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดช่วยลดความเสี่ยง

โรคหัวใจ: การรักษาโรคหัวใจและตรวจสุขภาพประจำตัวอย่างสม่ำเสมอ

สุขภาพหลอดเลือด: สุขภาพหลอดเลือดที่ดีช่วยลดความเสี่ยง เช่น การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การรักษาน้ำหนักที่เหมาะสม การลดการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์

ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ

สุขภาพจิต: ความเครียดหรือภาวะซึมเศร้าอาจมีผลต่อความเสี่ยง

การดื่มแอลกอฮอล์: การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากมีผลต่อการเกิดโรค

การสูบบุหรี่: การสูบบุหรี่เพิ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองและโรคหัวใจ

 

อาการของโรคหลอดเลือดสมอง

อาการของโรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งได้เป็นสองประเภทหลักคืออาการของ Ischemic Stroke (โรคหลอดเลือดสมองชนิดอุดตัน) และ Hemorrhagic Stroke (โรคหลอดเลือดสมองชนิดอิ่มตัน) ซึ่งอาการของแต่ละประเภทอาจแตกต่างกันไปดังนี้

Ischemic Stroke (โรคหลอดเลือดสมองชนิดอุดตัน):

อาการทางด้านการพูดและเขียน

การพูดตรงต่อไปยากขึ้นหรือไม่สามารถพูดออกมาได้เป็นปกติ

คำพูดอาจมัวหรือไม่เป็นระเบียบ

อาการปัญหาในการเคลื่อนไหว

อาจมีปัญหาในการเคลื่อนไหวของแขนหรือขาบางข้างของร่างกาย

ส่วนของร่างกายบางส่วนอาจหมดสมรรถภาพ

 

อาการสายตา

มองเห็นภาพไม่ชัดเจนหรือมีการสลายของสิ่งมองเห็น

สามารถมองเห็นแต่ด้านหนึ่งของที่มองเห็นได้

อาการทางสมองอื่น ๆ

อาจมีอาการเหนื่อยง่าย ปวดศีรษะ หรือเวียนศีรษะ

อาจมีอาการสับสนหรือไม่คุ้นเคยกับสิ่งรอบตัว

 

Hemorrhagic Stroke (โรคหลอดเลือดสมองชนิดอิ่มตัน):

อาการความเจ็บปวด

เจ็บปวดที่ศีรษะรุนแรงและเฉียบพลัน

รู้สึกเหมือนมีการระคายเคืองในส่วนหนึ่งของศีรษะ

อาการทางด้านการตรวจสุขภาพ

ความดันโลหิตสูงอาจเป็นที่สุด

การตรวจสุขภาพอาจพบสัญญาณของการเจ็บปวดหรือความเสียหายในสมอง

อาการทางสมอง

มีอาการหน้าร้อนหรือระคายเคือง

การรู้สึกไม่ค่อยได้หรือสับสน

อาการอื่น ๆ

อาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรืออาการเจ็บเมื่อมุ่งมั่นในการเคลื่อนไหว

 

การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง

การตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองจะมีขั้นตอนและวิธีการตรวจหลายวิธี โดยตรวจวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมองมีเป้าหมายในการระบุว่าเกิดการขาดเลือดหรือการรั่วเลือดในสมองหรือไม่ นอกจากนี้ยังมีการตรวจวินิจฉัยเพื่อประเมินความรุนแรงของอาการและการเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมองต่อไปด้วย วิธีการตรวจวินิจฉัยที่พบบ่อย ๆ ได้แก่

การประเมินอาการและประวัติการเจ็บป่วย

การสอบถามเกี่ยวกับอาการที่เกิดขึ้น เวลาที่เริ่มต้นของอาการ ระยะเวลาที่อาการเกิด และอาการอื่น ๆ ที่อาจมี

การระบุประวัติการเจ็บป่วย ประวัติการสูบบุหรี่ ประวัติการเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคหัวใจ เป็นต้น

การตรวจร่างกาย

การตรวจความชุกและความปกติของการเคลื่อนไหว การสมองเสื่อม การตรวจความรุนแรงของอาการและความสามารถในการสื่อสาร

การตรวจความดันโลหิต อาการที่เกิดขึ้นเมื่อประกอบกับแรงเหนี่ยวนำ

การฉายภาพด้วยการใช้เครื่องมือทางการแพทย์

การสแกน CT (Computed Tomography): เป็นวิธีการที่พื้นฐานและเร็วที่สุดในการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดสมอง ช่วยในการตรวจหาการลิ่มเลือดหรือการตันที่เกิดขึ้นในสมอง

การสแกน MRI (Magnetic Resonance Imaging): เป็นวิธีการที่มีความละเอียดสูงมาก ช่วยในการตรวจหาอาการของโรคหลอดเลือดสมองและตรวจสอบความเสียหายในสมอง

การตรวจการไหลเวียนของเลือด

การตรวจ Angiography: วิธีการที่ใช้สำหรับการดูภาพของหลอดเลือดในสมอง เพื่อตรวจสอบการตันหรือการอุดตันที่เกิดขึ้น

 

การรักษาโรคหลอดเลือดสมอง

การรักษาโรคหลอดเลือดสมองจะขึ้นอยู่กับประเภทของ Stroke และความรุนแรงของอาการ โดยมีวิธีการรักษาหลายแบบดังนี้

  1. Ischemic Stroke (โรคหลอดเลือดสมองชนิดอุดตัน):
  2. การให้ยาลดการเกิดลิ่มเลือดหรือลดการจับตัวของเลือด:

ปฏิบัติการในช่วงที่เหมาะสม: การให้ยาที่ช่วยลดการเกิดลิ่มเลือด เช่น Aspirin, Clopidogrel, หรือ Dipyridamole

การให้ยาลดความหนืดของเลือด: เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดลิ่มเลือดอีกครั้ง เช่น Warfarin, Dabigatran, Rivaroxaban, Apixaban

  1. การผ่าตัดหรือการรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์:

การผ่าตัดการเอาส่วนขยายหรือส่วนที่ปกติของหลอดเลือดออก: เมื่อมีการอุดตันในหลอดเลือดสมอง

การใช้วิธีการทางการแพทย์เพื่อกำจัดการเกิดการตันหรือการอุดตันในหลอดเลือด: เช่นการใช้เทคนิคการบุโลหิตช่วยเคลื่อนเลือด (Thrombectomy), การใช้ยาละลายลิ่มเลือด (Thrombolysis)

  1. การรักษาโรคร่วม:

การควบคุมความดันโลหิต: การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน

  1. Hemorrhagic Stroke (โรคหลอดเลือดสมองชนิดอิ่มตัน):
  2. การควบคุมความดันโลหิต:

การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ เพื่อป้องกันการเกิดการลิ่มเลือดอีกครั้ง

  1. การผ่าตัดหรือการรักษาด้วยวิธีการทางการแพทย์:

การผ่าตัดเอาเลือดที่รั่วออก: เมื่อมีการรั่วเลือดในสมอง

การรักษาอย่างอื่นทางการแพทย์: การรักษาโรคหรืออาการร่วมอื่นๆ ที่อาจมีอันตรายต่อสมอง เช่น การควบคุมความดันโลหิต

  1. การจัดการโรคร่วม:

การควบคุมความดันโลหิต: เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดการรั่วเลือดอีกครั้ง

การรักษาโรคอื่น ๆ : เช่น การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือการจัดการโรคหัวใจ

อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคหลอดเลือดสมองต้องเป็นอย่างระมัดระวังและคำนึงถึงความเหมาะสมและความเสี่ยงของแต่ละผู้ป่วย ดังนั้น การเลือกวิธีการรักษาจะต้องให้คำปรึกษาจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องก่อนลงมือรักษาใด ๆ

 

การป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

การป้องกันการกลับเป็นซ้ำหรือการเกิดโรคหลอดเลือดสมองซ้ำในผู้ที่เคยเป็น Stroke เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากการเกิดซ้ำอาจมีผลกระทบที่รุนแรงต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ดังนั้น การป้องกันการกลับเป็นซ้ำมีความสำคัญมาก และสามารถทำได้โดยการปฏิบัติตามข้อแนะนำต่อไปนี้

ควบคุมปัจจัยเสี่ยง

  • การควบคุมความดันโลหิต: การควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติหรือใกล้เคียงกับระดับปกติ เป็นการลดความเสี่ยงของการเกิด Stroke ซ้ำ
  • การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพื่อลดความเสี่ยงของโรคเบาหวานและโรคหลอดเลือดสมอง
  • การลดความอ้วน: การควบคุมน้ำหนักที่เหมาะสมหรือลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

รับประทานอาหารที่เหมาะสม

  • การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารคุ้มค่า ลดการบริโภคอาหารที่มีไขมันสูง และน้ำตาลสูง เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

  • การออกกำลังกายสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง โดยแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์

เลิกสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์

  • การเลิกสูบบุหรี่และการลดการดื่มแอลกอฮอล์จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง

การตรวจสุขภาพประจำ

  • การตรวจสุขภาพประจำอย่างสม่ำเสมอ เช่น ตรวจความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด และตรวจสุขภาพหัวใจ เป็นต้น

การรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ

  • หากได้รับการรับประทานยาสำหรับความดันโลหิตสูง หรือยาสำหรับความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมอง ให้รับประทานตามคำสั่งของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

การดูแลสุขภาพอย่างเคร่งครัดและการปฏิบัติตามคำแนะนำข้างต้นจะช่วยลดความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำของโรคหลอดเลือดสมองในผู้ที่เคยเป็น Stroke ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดังนั้นหากเรานั้นไม่อยากเป็นโรคนี้ เราก็ต้องดูแลตัวเองดี ๆ หมั่นตรวจสุขภาพประจำปี อีกทั้งยังรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อีกด้วย เพื่อที่เรานั้นจะได้ห่างไกลโรคนี้

อย่างไรก็ตาม การรักษาโรคหลอดเลือดสมองต้องเป็นอย่างระมัดระวังและคำนึงถึงความเหมาะสมและความเสี่ยงของแต่ละผู้ป่วย ดังนั้น การเลือกวิธีการรักษาจะต้องให้คำปรึกษาจากแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องก่อนลงมือรักษาใดๆ


 

อ่านบทความเพิ่มเติม คลิก 

Related articles

spot_img

Recent articles

spot_img