29 C
Bangkok

6 อย่างที่แมวไม่ชอบ

Published:

ใครที่กำลังจะเลี้ยงแมว เราจะต้องรู้จักนิสัยแมว อีกทั้งยังต้องรู้จักสิ่งที่แมวชอบ และสิ่งที่แมวไม่ชอบอีกด้วย วันนี้เราจึงเอา 6 อย่างที่แมวไม่ชอบ มาฝาก จะมีอะไรบ้างนะ

6 อย่างที่แมวไม่ชอบ

1.แมวไม่ชอบกินอาหารและน้ำสกปรก แมวไม่ชอบกินอาหารและน้ำสกปรก แมวมีประสาทสัมผัสที่ไวต่อกลิ่นและรส แมวจะไม่กินอาหารที่มีกลิ่นหรือรสเหม็น

สาเหตุที่แมวไม่ชอบกินอาหารและน้ำสกปรก

กลิ่นและรส: แมวมีจมูกและลิ้นที่ไวต่อกลิ่นและรส แมวจะไม่กินอาหารที่มีกลิ่นหรือรสเหม็น อาหารและน้ำที่สกปรกจะมีแบคทีเรียและจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดกลิ่นและรสเหม็น

สุขอนามัย: แมวเป็นสัตว์รักสะอาด แมวจะไม่กินอาหารหรือน้ำจากภาชนะที่สกปรก ภาชนะใส่อาหารและน้ำควรล้างทำความสะอาดทุกวัน

ความเจ็บป่วย: แมวที่ป่วยอาจเบื่ออาหาร แมวอาจไม่กินอาหารหรือน้ำที่สกปรกเพราะกลัวว่าจะป่วยหนักขึ้น

วิธีป้องกันไม่ให้แมวกินอาหารและน้ำสกปรก

ให้อาหารและน้ำที่สดใหม่: ให้อาหารแมวในปริมาณที่เหมาะสมและเก็บอาหารที่เหลือทิ้ง ให้น้ำแมวที่สะอาดและเปลี่ยนน้ำใหม่ทุกวัน

ล้างภาชนะใส่อาหารและน้ำ: ล้างภาชนะใส่อาหารและน้ำของแมวทุกวันด้วยน้ำยาล้างจานที่อ่อนโยน

สังเกตสุขภาพของแมว: พาแมวไปพบสัตวแพทย์หากแมวมีอาการเบื่ออาหาร ซึม หรืออาเจียน

การให้อาหารและน้ำที่สะอาดแก่แมวเป็นสิ่งสำคัญ อาหารและน้ำที่สะอาดจะช่วยให้แมวมีสุขภาพดีและแข็งแรง

Tips:

วางภาชนะใส่อาหารและน้ำในสถานที่ที่สงบและสะอาด

วางภาชนะใส่อาหารและน้ำห่างจากชามทราย

ใส่น้ำแข็งก้อนเล็ก ๆ ในชามน้ำเพื่อเพิ่มความสดชื่น

ให้น้ำแมวจากก๊อกน้ำ

ลองใช้น้ำพุแมว

 

 

2.แมวไม่ชอบห้องน้ำสกปรก

แมวไม่ชอบห้องน้ำสกปรก แมวเป็นสัตว์รักสะอาด แมวจะไม่ชอบใช้ห้องน้ำที่มีกลิ่นเหม็นหรือสกปรก

สาเหตุที่แมวไม่ชอบห้องน้ำสกปรก

กลิ่น: แมวมีจมูกที่ไวต่อกลิ่น แมวจะไม่ชอบใช้ห้องน้ำที่มีกลิ่นเหม็น กลิ่นเหม็นในห้องน้ำอาจมาจากอุจจาระ ปัสสาวะ คราบสกปรก หรือทรายแมวที่เก่า

ความสะอาด: แมวชอบใช้ห้องน้ำที่สะอาด แมวจะไม่ชอบใช้ห้องน้ำที่มีคราบสกปรก ขนแมว หรือทรายแมวกระจาย

ความปลอดภัย: แมวต้องการความปลอดภัยเมื่อใช้ห้องน้ำ แมวจะไม่ชอบใช้ห้องน้ำที่อยู่

วิธีป้องกันไม่ให้แมวใช้ห้องน้ำสกปรก

ทำความสะอาดห้องน้ำแมวเป็นประจำ: ควรทำความสะอาดห้องน้ำแมวอย่างน้อยวันละครั้ง เก็บอุจจาระ ปัสสาวะ และทรายแมวที่เก่า

ล้างกระบะทรายแมว: ล้างกระบะทรายแมวอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง

ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่อ่อนโยน: ใช้น้ำยาล้างห้องน้ำที่อ่อนโยนและไม่มีกลิ่นฉุน

วางกระบะทรายแมวในสถานที่ที่เหมาะสม: วางกระบะทรายแมวในสถานที่ที่สงบ

การให้แมวใช้ห้องน้ำที่สะอาดเป็นสิ่งสำคัญ ห้องน้ำที่สะอาดจะช่วยให้แมวมีสุขภาพดีและป้องกันโรคต่างๆ

Tips:

scoop อึแมวออกจากกระบะทรายทุกวัน

เปลี่ยนทรายแมวใหม่ทุกอาทิตย์

ล้างกระบะทรายแมวด้วยน้ำยาล้างจานที่อ่อนโยน

วางกระบะทรายแมวในสถานที่ที่เงียบสงบ

วางกระบะทรายแมวให้เพียงพอต่อจำนวนแมว

หากแมวของคุณไม่ยอมใช้ห้องน้ำ

พาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ

ลองเปลี่ยนชนิดของทรายแมว

ลองเปลี่ยนกระบะทรายแมว

ลองใช้น้ำยาล้างห้องน้ำแบบไม่มีกลิ่น

ลองวางกระบะทรายแมวในสถานที่อื่น

 

3.แมวไม่ชอบการบังคับฝืนใจ

แมวไม่ชอบการบังคับฝืนใจ แมวเป็นสัตว์ที่มีความคิดเป็นของตัวเอง แมวจะไม่ชอบถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการ

สาเหตุที่แมวไม่ชอบการบังคับฝืนใจ

ความเป็นอิสระ: แมวชอบมีความเป็นอิสระ แมวจะไม่ชอบถูกบังคับให้ทำสิ่งที่ไม่ต้องการ

ความเครียด: การบังคับฝืนใจแมวอาจทำให้แมวเครียด แมวอาจแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เช่น กัด ข่วน ซึมเศร้า

ความกลัว: การบังคับฝืนใจแมวอาจทำให้แมวกลัว แมวอาจสูญเสียความไว้วางใจในมนุษย์

วิธีป้องกันไม่ให้แมวถูกบังคับฝืนใจ

ให้ทางเลือกแก่แมว: เสนอทางเลือกให้แมวแทนการบังคับ เช่น แทนที่จะบังคับให้แมวเข้ากระเป๋าเดินทาง เสนอให้แมวเข้ากล่องกระดาษ

ฝึกแมวด้วยการเสริมแรงเชิงบวก: ฝึกแมวด้วยการให้รางวัลเมื่อแมวทำตามคำสั่ง

ใจเย็นกับแมว: ใจเย็นกับแมวและอย่าโมโหเมื่อแมวไม่ทำตามคำสั่ง

การให้แมวมีอิสระและเคารพความต้องการของแมวเป็นสิ่งสำคัญ แมวที่มีความสุขจะแสดงพฤติกรรมที่ดีและเป็นมิตร

Tips:

เล่นกับแมวด้วยวิธีที่แมวชอบ

พูดคุยกับแมวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

ให้รางวัลแก่แมวเมื่อแมวทำดี

สังเกตภาษากายของแมว

อย่าลงโทษแมว

หากแมวของคุณแสดงพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์

พาแมวไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ

 

4.แมวไม่ชอบให้จับท้องและหาง

แมวบางตัวไม่ชอบให้จับท้องและหาง สาเหตุที่แมวไม่ชอบให้จับท้องและหางมี

ท้อง:

อวัยวะอ่อนแอ: ท้องเป็นอวัยวะอ่อนแอของแมว มีเส้นเลือดและเส้นประสาทอยู่มาก แมวจะรู้สึกอึดอัดและเจ็บเมื่อถูกจับท้อง

สัญชาตญาณ: แมวจะปกป้องท้องโดยสัญชาตญาณ ท้องเป็นจุดอ่อนที่สัตว์นักล่าสามารถโจมตีได้

ความไวต่อสัมผัส: แมวมีผิวที่ไวต่อสัมผัส แมวบางตัวอาจรู้สึกไม่สบายตัวเมื่อถูกสัมผัสท้อง

หาง:

สมดุล: หางเป็นอวัยวะสำคัญที่ช่วยให้แมวทรงตัว แมวจะรู้สึกอึดอัดและไม่ปลอดภัยเมื่อถูกจับหาง

ภาษากาย: หางเป็นอวัยวะที่ใช้สื่อสาร แมวอาจรู้สึกไม่พอใจเมื่อถูกจับหาง

ความเจ็บปวด: หางของแมวมีกระดูกสันหลัง แมวอาจรู้สึกเจ็บปวดเมื่อถูกจับหาง

วิธีสังเกตว่าแมวไม่ชอบให้จับท้องและหาง:

ภาษากาย: แมวอาจแสดงภาษากายที่ไม่พอใจ เช่น หูตั้ง ฟ่อ งับ

เสียงร้อง: แมวอาจร้องเสียงแหลม หรือร้องฟ่อ

พฤติกรรม: แมวอาจหนีไป หรือพยายามดิ้น

ควรเคารพความต้องการของแมว

ไม่ควรจับท้องหรือหางแมวโดยไม่ได้รับอนุญาต

สังเกตภาษากายของแมว

หยุดจับแมวหากแมวแสดงท่าทางไม่พอใจ

แมวบางตัวอาจชอบให้จับท้องและหาง

สังเกตว่าแมวของคุณชอบหรือไม่ชอบ

จับแมวอย่างอ่อนโยน

หยุดจับแมวหากแมวแสดงท่าทางไม่พอใจ

 

5.แมวไม่ชอบเสียงดัง

แมวส่วนใหญ่ไม่ชอบเสียงดัง สาเหตุหลัก มาจาก 2 ปัจจัย:

ประสาทสัมผัสการได้ยินของแมวไวกว่ามนุษย์มาก: แมวสามารถได้ยินเสียงความถี่สูงถึง 65 kHz ซึ่งสูงกว่ามนุษย์ที่ได้ยินแค่ 20 kHz หมายความว่า แมวจะได้ยินเสียงที่มนุษย์ไม่ได้ยิน เสียงดังสำหรับมนุษย์จึงอาจดังมากและรบกวนแมวได้

สัญชาตญาณ: เสียงดังในธรรมชาติมักเกี่ยวข้องกับอันตราย เช่น เสียงฟ้าร้อง เสียงสัตว์นักล่า เสียงระเบิด แมวจึงมีสัญชาตญาณที่จะรู้สึกกลัวและวิตกกังวลเมื่อได้ยินเสียงดัง

สัญญาณที่บ่งบอกว่าแมวไม่ชอบเสียงดัง:

วิ่งหนี

ซ่อนตัว

หูตั้ง

ขนลุก

ร้องเหมียว

กัดหรือข่วน

ถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะไม่เป็นที่

วิธีลดความเครียดจากเสียงดัง:

สร้างพื้นที่ปลอดภัย: หาที่เงียบสงบให้แมวหลบภัย

เปิดเพลงกล่อมแมว: เสียงเพลงกล่อมแมวอาจช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลาย

ฝึกให้แมวคุ้นเคยกับเสียง: ค่อยๆ เปิดเสียงดังทีละน้อย

ปรึกษาสัตวแพทย์: กรณีแมวมีอาการเครียดมาก

ตัวอย่างเสียงดังที่แมวไม่ชอบ:

เสียงเครื่องดูดฝุ่น , เสียงพลุ ,เสียงรถยนต์ , เสียงงานก่อสร้าง , เสียงทะเลาะวิวาท

การลดเสียงดังในบ้าน:

ปิดประตูหน้าต่าง

ปูพื้นด้วยพรม

วางแผ่นยางรองใต้เครื่องใช้ไฟฟ้า

เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นเงียบ

การช่วยให้แมวปรับตัว:

เล่นกับแมวให้มากขึ้น

ลูบตัวหรือกอดแมว

ให้ขนมแมว

ใช้เวลาอยู่กับแมว

แมวแต่ละตัวมีความไวต่อเสียงดังแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือ สังเกตพฤติกรรมของแมว และหาวิธีช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย

 

6.แมวไม่ชอบอยู่คนเดียว

แมวส่วนใหญ่ไม่ชอบอยู่คนเดียว แต่ความชอบนี้ก็ขึ้นอยู่กับนิสัยของแมวแต่ละตัว

สาเหตุหลัก ที่แมวไม่ชอบอยู่คนเดียว:

สัญชาตญาณ: แมวเป็นสัตว์สังคม ในธรรมชาติแมวจะอยู่รวมกันเป็นฝูง การอยู่รวมกันช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัย

ความผูกพัน: แมวที่เลี้ยงกับมนุษย์จะผูกพันกับเจ้าของ แมวจะรู้สึกเหงาและคิดถึงเมื่อเจ้าของไม่อยู่

ความเบื่อหน่าย: แมวต้องการการกระตุ้นทางจิต แมวที่อยู่คนเดียวอาจรู้สึกเบื่อหน่าย

สัญญาณที่บ่งบอกว่าแมวเหงา:

ร้องเหมียวเรียก

กัดหรือข่วนเฟอร์นิเจอร์

ซนมากขึ้น

นอนซึม

เบื่ออาหาร

วิธีแก้ปัญหา:

หาเพื่อนให้แมว: เลี้ยงแมวเพิ่มอีกตัว หรือหาเพื่อนแมวออนไลน์

ให้เวลากับแมว: เล่นกับแมว

ฝึกให้แมวอยู่คนเดียว: ค่อยๆ ฝึกให้แมวอยู่คนเดียวทีละน้อย

สร้างสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้น: หาของเล่นให้แมวเล่น

เปิดเพลงกล่อมแมว: เสียงเพลงกล่อมแมวอาจช่วยให้แมวรู้สึกผ่อนคลาย

ข้อควรระวัง:

ไม่ควรทิ้งแมวไว้คนเดียวเป็นเวลานาน

ไม่ควรขังแมวไว้ในกรง

แมวแต่ละตัวมีความต้องการแตกต่างกัน สิ่งสำคัญคือ สังเกตพฤติกรรมของแมว และหาวิธีให้แมวรู้สึกมีความสุขและปลอดภัย

 


 

อ่านบทความเพิ่มเติม คลิก 

 

Related articles

spot_img

Recent articles

spot_img