27.8 C
Bangkok

วันไหว้ตรุษจีน 2569: ประเพณีและประเพณีในปีของวัว

Published:

วันจ่าย, วันไหว้, และวันเที่ยว: หัวใจของเทศกาลตรุษจีน 2569

เทศกาลตรุษจีน หรือปีใหม่จีน เป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นใหม่ การเฉลิมฉลอง และการรวมญาติที่สำคัญยิ่งสำหรับชาวไทยเชื้อสายจีนและผู้คนทั่วโลก ในปี พ.ศ. 2569 ซึ่งตรงกับ “ปีม้า” ตามปฏิทินจีน เทศกาลตรุษจีนจะเริ่มต้นขึ้นด้วย “วันจ่าย” ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ต่อด้วย “วันไหว้” ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ และ culminate ด้วย “วันเที่ยว” หรือ “วันตรุษ” ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ การเฉลิมฉลองเทศกาลนี้มิได้จำกัดอยู่เพียงแค่สามวันนี้ แต่ยังคงดำเนินต่อไปจนถึงวันที่ 3 มีนาคม สร้างบรรยากาศแห่งความสุขและความหวังไปอีกนานนับสัปดาห์

ปฏิทินตรุษจีน 2569 โดยละเอียด

  • วันจ่าย (除夕 / Chúxī): 15 กุมภาพันธ์ 2569

วันจ่ายเปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของการเตรียมงาน เป็นวันที่ครอบครัวออกไปจับจ่ายซื้อของสด ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผักผลไม้ ขนมมงคล และเครื่องเซ่นไหว้ต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับพิธีไหว้ในวันรุ่งขึ้น วันนี้ยังเป็นวันที่ต้องทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาดเอี่ยม เพื่อเป็นการปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป และต้อนรับสิ่งดี ๆ เข้ามา ตามความเชื่อโบราณ

  • วันไหว้ (拜年 / Bàinián หรือ 祭祖 / Jìzǔ): 16 กุมภาพันธ์ 2569

วันไหว้เป็นหัวใจสำคัญของเทศกาลตรุษจีน เป็นวันที่ครอบครัวมารวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีเซ่นไหว้เทพเจ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และบรรพบุรุษ การไหว้จะแบ่งออกเป็นหลายช่วงเวลาและวัตถุประสงค์ เพื่อแสดงความกตัญญู ขอพร และความเป็นสิริมงคล การจัดเตรียมของไหว้ให้ครบถ้วนและถูกต้องตามประเพณีเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยทั่วไปแล้วจะประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่ ปลา ผลไม้ ขนมมงคล และกระดาษเงินกระดาษทอง รวมถึงอาหารเจในบางพิธี

  • วันตรุษ/วันเที่ยว (初一 / Chūyī): 17 กุมภาพันธ์ 2569

วันตรุษ หรือวันเที่ยว เป็นวันแห่งการเฉลิมฉลอง การพักผ่อน และการไปเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่ ปกติแล้วในวันนี้จะไม่มีการทำงานบ้านหรือการทำงานหนัก ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการเริ่มต้นใหม่ ผู้คนจะสวมเสื้อผ้าชุดใหม่สีสันสดใส นิยมสีแดง เพราะเชื่อว่าเป็นสีมงคลที่นำมาซึ่งความโชคดีและขับไล่สิ่งอัปมงคล เทศกาลตรุษจีน 2569 ในปีม้า จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะได้รวมญาติ ผูกสัมพันธ์ และรับพรจากผู้ใหญ่

ในปี 2569 นี้ วันไหว้ตรุษจีนเป็นวันที่สำคัญสำหรับชาวไทยเชื้อสายจีน ซึ่งเป็นเวลาที่ครอบครัวจะมารวมตัวกันเพื่อทำพิธีบูชาบรรพบุรุษและเฉลิมฉลองความเป็นสิริมงคล ในขณะเดียวกัน การเฉลิมฉลองนี้ยังต้องคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่น PM 2.5 ที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหานี้ สามารถอ่านบทความที่เกี่ยวข้องได้ที่ ฝุ่น PM 2.5 ยังคงอยู่

บรรยากาศตรุษจีนที่หลากหลาย: จากโคราชสู่เยาวราชและพิษณุโลก

ในปี 2569 นี้ บรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในประเทศไทยยังคงคึกคักและสะท้อนถึงความเชื่อดั้งเดิม ควบคู่ไปกับการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จากข้อมูลที่ปรากฏ บรรยากาศในแต่ละพื้นที่ก็มีความแตกต่างกันไป แต่ล้วนแล้วแต่แสดงให้เห็นถึงความศรัทธาและความหวังที่ดีงาม

โคราชคึกคัก: การขอพรและการรณรงค์รักษาสิ่งแวดล้อม

ในจังหวัดนครราชสีมา ชาวไทยเชื้อสายจีนและนักท่องเที่ยวจำนวนมากได้หลั่งไหลกันไปกราบไหว้ย่าโม (ท้าวสุรนารี) ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะของชาวโคราช และศาลเจ้าพ่อไฟ เพื่อขอพร ขจัดปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย และอธิษฐานให้เศรษฐกิจฟื้นตัว กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อในการพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจในยามที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคึกคักนี้ ได้มีการรณรงค์ให้งดหรือลดการจุดธูปเทียนและเผากระดาษเงินกระดาษทอง เพื่อลดปริมาณฝุ่น PM2.5 ที่เป็นปัญหาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนี้แสดงให้เห็นถึงความตระหนักร่วมกันในเรื่องของสุขอนามัยและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

เยาวราช-วัดมังกรกมลาวาส: ความมินิมอลกับการปรับตัว

ในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในย่านเยาวราช ซึ่งเป็นศูนย์กลางวัฒนธรรมจีนที่สำคัญ บรรยากาศการไหว้ตรุษจีนในปีนี้มีแนวโน้ม “มินิมอล” มากขึ้น การไหว้ตามอัตภาพเนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย เป็นการแสดงให้เห็นว่าผู้คนยังคงรักษาประเพณีไว้ แต่ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เหมาะสมกับกำลังทรัพย์และสถานการณ์ ยิ่งไปกว่านั้น วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ซึ่งเป็นวัดจีนที่สำคัญ ก็ได้มีการย้ายกระถางธูปและจุดเผากระดาษรวม เพื่อลดฝุ่น PM2.5 เช่นเดียวกับในโคราช การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่การละทิ้งประเพณี แต่เป็นการปรับตัวให้เข้ากับบริบทของสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยที่ยังคงความหมายและคุณค่าของพิธีกรรมไว้อย่างครบถ้วน ราวกับแม่น้ำที่ยังคงไหล เพียงแต่เปลี่ยนเส้นทางให้ราบรื่นขึ้น

พิษณุโลก: การรวมญาติและการรณรงค์

ที่จังหวัดพิษณุโลก ภาพของชาวไทยเชื้อสายจีนที่สวมเสื้อผ้าสีแดงสดใสเพื่อร่วมกันไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษภายในครอบครัวยังคงเป็นประเพณีที่งดงาม การนำเป็ด ไก่ อาหารคาวหวานมาเซ่นไหว้ สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความกตัญญู โดยมีการรณรงค์ลดฝุ่น PM2.5 เช่นเดียวกับพื้นที่อื่น ๆ เป็นการผสมผสานระหว่างการรักษาประเพณีดั้งเดิมกับการรักษาสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ถือเป็นแนวทางที่ยั่งยืนในการสืบทอดวัฒนธรรม

พิธีไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ย: การเปิดประตูรับความมั่งคั่งในปีม้า

พิธีไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภ “ไฉ่ซิงเอี๊ย” (財神爺) ถือเป็นอีกหนึ่งพิธีสำคัญที่ชาวจีนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ปีใหม่จีน พิธีนี้เปรียบเสมือนการเปิดประตูบ้านต้อนรับความมั่งคั่งและโชคลาภเข้าสู่ชีวิต และในปีม้า 2569 นี้ ก็มีช่วงเวลาสำคัญที่กำหนดไว้สำหรับการประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้

เวลาและทิศมงคลในการไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ย

ตามธรรมเนียมปฏิบัติและหลักโหราศาสตร์จีน การไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ยจะกระทำในช่วงหัวค่ำของวันก่อนวันตรุษจีน หรือที่เรียกว่า “คืนวันส่งท้ายปีเก่า” ซึ่งในปี 2569 นี้ จะตรงกับช่วงเวลา ประมาณ 23:00 น. ของคืนวันที่ 16 กุมภาพันธ์ (คืนก่อนวันตรุษจีน) ไปจนถึง 01:00 น. ของวันที่ 17 กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตาม บางตำราก็แนะนำให้ทำพิธีในช่วงเช้ามืดของวันตรุษจีน (17 กุมภาพันธ์) โดยเลือกฤกษ์มงคลที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล การเลือกทิศสำหรับการตั้งโต๊ะไหว้ก็มีความสำคัญ โดยต้องหันไปทางทิศแห่งโชคลาภของปีนั้น ๆ เพื่อเป็นการรับพลังงานที่ดีที่สุด

การเตรียมเครื่องเซ่นไหว้สำหรับไฉ่ซิงเอี๊ย โดยทั่วไปจะประกอบด้วย:

  • องค์รูปปั้นหรือรูปภาพไฉ่ซิงเอี๊ย: เป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้า
  • ธูป เทียน: ใช้จุดบูชา
  • น้ำชา 5 ถ้วย: สื่อถึงความบริสุทธิ์
  • ผลไม้ 5 อย่าง: นิยมผลไม้ที่มีความหมายมงคล เช่น ส้ม (โชคดี), สาลี่ (ความสำเร็จ), กล้วย (ความสมบูรณ์)
  • อาหารเจ 5 อย่าง: เช่น เห็ดหอม ฟองเต้าหู้ วุ้นเส้น (เพื่อความบริสุทธิ์)
  • ขนมหวาน: เช่น ขนมถ้วยฟู ขนมเข่ง ขนมเทียน
  • กระดาษเงินกระดาษทอง: สำหรับเผาถวาย
  • ประทัด: เพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและเป็นสิริมงคล

การประกอบพิธีไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ยอย่างตั้งใจและถูกต้องตามธรรมเนียมปฏิบัติ เชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างโชคลาภ ความมั่งคั่ง และความเป็นสิริมงคลให้กับผู้ที่ประกอบพิธีและครอบครัวตลอดทั้งปีม้า อันเป็นปีแห่งความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลง

ข้อควรปฏิบัติและข้อควรละเว้นช่วงตรุษจีน: เคล็ดลับเพื่อความเป็นสิริมงคล

เทศกาลตรุษจีนเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความเชื่อและธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน การทำความเข้าใจและปฏิบัติตามหลักการเหล่านี้เชื่อว่าจะนำมาซึ่งความโชคดี ความเจริญรุ่งเรือง และความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตตลอดทั้งปี ขณะเดียวกัน การหลีกเลี่ยงข้อควรละเว้นบางประการก็เป็นการป้องกันเหตุร้ายและความโชคร้ายที่จะเกิดขึ้น

สิ่งที่ควรทำในวันไหว้และวันตรุษจีน

  • จัดเตรียมของไหว้ให้ครบถ้วน: ในวันไหว้ (16 กุมภาพันธ์) การจัดเตรียมเครื่องเซ่นไหว้ ไม่ว่าจะเป็น หมู เป็ด ไก่ ผลไม้ ขนมมงคล และกระดาษเงินกระดาษทอง ต้องทำให้ครบถ้วนตามหลักประเพณีและกำลังความสามารถ เปรียบเสมือนการเติมเสบียงบุญให้แก่บรรพบุรุษและเทพเจ้า
  • ทำความสะอาดบ้านเรือน: ในช่วงก่อนวันจ่าย ควรทำความสะอาดบ้านเรือนให้สะอาดเอี่ยมทุกซอกทุกมุม เป็นสัญลักษณ์ของการปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป และต้อนรับสิ่งดี ๆ เข้ามาในบ้าน
  • สวมเสื้อผ้าชุดใหม่สีสดใส: ในวันตรุษจีน (17 กุมภาพันธ์) การสวมเสื้อผ้าชุดใหม่ โดยเฉพาะสีแดง ซึ่งเป็นสีมงคล เชื่อว่าจะนำโชคลาภและความสว่างไสวมาให้
  • กล่าวคำอวยพรและให้ “อั่งเปา”: การกล่าวคำอวยพรแก่ญาติผู้ใหญ่และเพื่อนฝูง รวมถึงการมอบ “อั่งเปา” (ซองแดง) ให้แก่เด็ก ๆ และผู้ที่ยังไม่มีรายได้ ถือเป็นการส่งมอบความสุขและโชคลาภให้แก่กัน
  • เยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่: วันตรุษจีนเป็นวันแห่งการรวมญาติ การไปเยี่ยมเยียนญาติผู้ใหญ่เพื่อแสดงความเคารพและรับพร เป็นการกระชับความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สิ่งที่ควรละเว้นในวันไหว้และวันตรุษจีน

  • ห้ามฆ่าสัตว์ (16-17 กุมภาพันธ์): ในช่วงวันไหว้และวันตรุษจีน มีความเชื่อว่าการฆ่าสัตว์จะนำมาซึ่งความโชคร้ายและเป็นการตัดทอนบุญบารมี ซึ่งอาจหมายรวมถึงการบริโภคเนื้อสัตว์ในวันนั้นด้วย บางคนจึงนิยมรับประทานอาหารเจในบางมื้อ เพื่อความเป็นสิริมงคล
  • ห้ามพูดคำหยาบหรือทะเลาะวิวาท (17 กุมภาพันธ์): ในวันตรุษจีน ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีใหม่ ควรหลีกเลี่ยงการใช้คำหยาบคาย การทะเลาะเบาะแว้ง หรือการกล่าวเรื่องที่ไม่เป็นมงคล เพราะเชื่อว่าจะส่งผลให้เกิดเรื่องไม่ดีตลอดทั้งปี
  • ห้ามทวงหนี้หรือให้ยืมเงิน (17 กุมภาพันธ์): การทวงหนี้หรือให้ยืมเงินในวันตรุษจีน เชื่อว่าจะทำให้มีเรื่องราวเกี่ยวกับการเงินตลอดทั้งปี หรือทำให้มีหนี้สินที่ไม่จบไม่สิ้น
  • ห้ามทำงานบ้านหรือทำงานหนัก (17 กุมภาพันธ์): ตามธรรมเนียมแล้ว วันตรุษจีนเป็นวันแห่งการพักผ่อนและการเฉลิมฉลอง การทำงานบ้าน เช่น การกวาดบ้าน ล้างจานซักผ้า หรือการทำงานหนักอื่นๆ เชื่อว่าจะกวาดความโชคดีออกไปจากบ้าน หรือทำงานหนักตลอดทั้งปี
  • ห้ามสระผมหรือตัดผมในวันตรุษจีน: บางความเชื่อระบุว่าการสระผมในวันแรกของปีใหม่เปรียบเหมือนการชะล้างโชคลาภที่ได้รับไป รวมถึงการตัดผมด้วย

การปฏิบัติตามเคล็ดลับเหล่านี้ถือเป็นการเคารพขนบธรรมเนียมประเพณี และเป็นการเริ่มต้นปีใหม่จีนด้วยจิตใจที่สดใส บริสุทธิ์ และเปี่ยมด้วยความหวังในสิ่งดี ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิต

ในปี 2569 นี้ วันไหว้ตรุษจีนจะมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องของการรวมตัวของครอบครัวและการทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล หากคุณสนใจเกี่ยวกับประเพณีและความหมายของวันตรุษจีน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ บทความนี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจถึงความสำคัญและวิธีการเฉลิมฉลองในปีนี้ได้ดียิ่งขึ้น

การปรับตัวของประเพณีในยุคสมัยใหม่: ตรุษจีนกับ PM2.5

เทศกาลตรุษจีนในปี 2569 นี้ ไม่เพียงแต่เป็นช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองและสืบสานประเพณีเท่านั้น แต่ยังเป็นปีที่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของประเพณีให้เข้ากับบริบททางสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตของคนไทยในปัจจุบัน

ปัญหา PM2.5 และการตอบสนองของชุมชน

ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่และพื้นที่ที่มีการทำกิจกรรมทางเกษตรกรรม มีปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ที่เกินค่ามาตรฐานเป็นประจำ การจุดธูปเทียนจำนวนมากและการเผากระดาษเงินกระดาษทองในช่วงเทศกาลตรุษจีน ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจส่งผลให้ปริมาณฝุ่นละอองเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของการรณรงค์ให้ผู้คนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการประกอบพิธีไหว้

  • ลดการจุดธูปเทียน: ชุมชนและวัดหลายแห่งได้รณรงค์ให้ลดปริมาณการจุดธูปเทียน หรือใช้ธูปไฟฟ้าแทน เพื่อลดปริมาณควันและฝุ่นละอองในอากาศ นับเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และการปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตสมัยใหม่ โดยยังคงรักษาความหมายของพิธีกรรมไว้
  • จัดจุดเผากระดาษรวม: ในบางพื้นที่ เช่น วัดมังกรกมลาวาส (วัดเล่งเน่ยยี่) ได้มีการจัดพื้นที่เฉพาะสำหรับเผากระดาษเงินกระดาษทอง และย้ายกระถางธูป เพื่อให้มีการจัดการควันและฝุ่นละอองอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าศาสนสถานก็สามารถเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงเพื่อสังคมที่ดีขึ้นได้
  • ไหว้ตามอัตภาพ: แนวคิดการ “ไหว้ตามอัตภาพ” ที่พบเห็นได้ในย่านเยาวราชและพื้นที่อื่นๆ สะท้อนถึงความเข้าใจในสถานการณ์เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย การลดทอนความฟุ่มเฟือยแต่ยังคงความหมายของพิธีกรรมไว้อย่างครบถ้วน ถือเป็นการปรับตัวที่ชาญฉลาดและยั่งยืน

การปรับตัวเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าประเพณีและวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกับความก้าวหน้าทางสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ โดยไม่จำเป็นต้องทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป การรณรงค์ให้ลดการสร้างมลภาวะแต่ยังคงรักษาจิตวิญญาณของเทศกาลไว้ สะท้อนให้เห็นถึง “ความยืดหยุ่น” ของวัฒนธรรมจีนในประเทศไทย ที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดและความยั่งยืน เปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่ที่สามารถโค้งงอไปตามแรงลมได้ แต่รากแก้วยังคงหยั่งลึกลงในผืนดิน

ในภาพรวม เทศกาลตรุษจีนปี 2569 ในปีม้านี้ คือกระจกสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อ ความศรัทธา ความหวังดีต่อกัน และความสามารถในการปรับตัวของชุมชน เพื่อให้ประเพณีอันดีงามนี้ยังคงอยู่คู่สังคมไทยสืบไป.

FAQs

วันไหว้ตรุษจีน 2569 ตรงกับวันไหน?

วันไหว้ตรุษจีน 2569 ตรงกับวันที่ 20 มกราคม 2569 ตามปฏิทินจีน ซึ่งเป็นวันก่อนวันตรุษจีนอย่างเป็นทางการ

วันไหว้ตรุษจีนมีความสำคัญอย่างไร?

วันไหว้ตรุษจีนเป็นวันที่ลูกหลานจะทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษ เพื่อแสดงความกตัญญูและขอพรให้ครอบครัวมีความสุข ความเจริญรุ่งเรืองในปีใหม่

กิจกรรมที่นิยมทำในวันไหว้ตรุษจีนมีอะไรบ้าง?

กิจกรรมหลักได้แก่ การจัดเตรียมอาหารเซ่นไหว้ เช่น หมู เป็ด ไก่ ผลไม้ ขนมเข่ง ขนมเทียน จุดธูปเทียนบูชาบรรพบุรุษ และการทำความสะอาดบ้านเพื่อเตรียมรับปีใหม่

อาหารที่นิยมใช้ในวันไหว้ตรุษจีนมีอะไรบ้าง?

อาหารที่นิยมใช้ในวันไหว้ตรุษจีน ได้แก่ หมูสามชั้น เป็ด ไก่ต้ม ปลา ผลไม้ตามฤดูกาล ขนมเข่ง ขนมเทียน และขนมหวานต่างๆ ที่มีความหมายดี เช่น ความมั่งคั่งและโชคลาภ

ควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับวันไหว้ตรุษจีน?

ควรเตรียมอาหารและของไหว้ล่วงหน้า ทำความสะอาดบ้าน จัดเตรียมโต๊ะไหว้ให้เรียบร้อย และเตรียมจุดธูปเทียนเพื่อทำพิธีไหว้บรรพบุรุษอย่างถูกต้องตามประเพณีจีนดั้งเดิม

Related articles

spot_img

Recent articles

spot_img